เพลงเถื่อนสถาบัน

posted on 22 Dec 2007 22:08 by acoustic

 

 

เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน (วิทยากร เชียงกูล)


ดอกหาง นกยูง สีแดงฉาน
บานอยู่เต็มฟากสวรรค์
คนเดินผ่าน ไปมากัน
เขาด้นดั้น หาสิ่งใด

ปัญญา มีขาย ที่นี่หรือ
จะแย่งซื้อ ได้ที่ไหน
อย่างที่โก้ หรูหรา ราคาเท่าใด
จะให้พ่อ ขายนา มาแลกเอา

ฉันมา ฉันเห็น ฉันแพ้
ยินแต่ เสียงด่า ว่าโง่เง่า
เพลงที่นี่ ไม่หวาน เหมือนบ้านเรา
ใครไม่เข้า ถึงพอ เขาเยาะเย้ย

นี่จะให้ อะไร กันบ้างไหม
มหาวิทยาลัย ใหญ่โตเหวย
แม้นท่าน มิอาจให้ อะไรเลย
วานนิ่งเฉย อย่าบ่นอย่าโวยวาย

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

มืดจริงหนอ สถาบัน อันกว้างขวาง
ปล่อยฉัน อ้างว้าง ขับเคี่ยว
เดินหา ซื้อปัญญา จนหน้าเซียว
เทียวมา เทียวไป ไม่รู้วัน

ดอกหางนกยูง สีแดงฉาน
บานอยู่เต็ม ฟากสวรรค์
เกินพอ ให้เจ้าแบ่งปัน
จงเก็บกัน อย่าเดิน ผ่านเลยไป

Moon light day

posted on 27 Nov 2007 14:43 by acoustic
                  วันเพ็ญเดือนสิบสองปีนี้ตอนแรกตั้งใจจะไปฉลองวันเกิดไอ้โบว์ที่เชียงใหม่ เพราะอยากไปเที่ยวงานยี่เป็งมานานแล้ว ภาพข้างบนเป็นภาพที่อยากไปเห็นด้วยตา จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วไอ้หลิงเพิ่งจะมาโม้ให้ฟังว่า สวยโครต....ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง แต่แล้วข้าพเจ้าก็อดเพราะงบประมาณไม่เอื้ออำนวย เลยเปลี่ยนแผนเที่ยวทับแก้วแทนแล้วกัน
 
                   เที่ยวงานมาสองวันแล้วไม่ค่อยมีอะไรนอกจากขายของ ปีนี้คนน้อยผิดกับตอนที่เราอยู่ปีหนึ่งเยอะเลย...ส่วนมากก็เป็นร้านค้าของนักศึกษาที่ขายน้ำขายของกิน ขายเสื้อ ขายของที่ระลึกไม่ค่อยต่างจากตลาดนัดวันพุธ แต่ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนก็ตรงที่เด็กชายมาชวนไปลอยกระทง มิน่าล่ะนะปีนี้มันถึงได้เย็นยะเยือกผิดปกติ
(^^'')
 
                   ยี่สิบสี่พฤศจิกายนปีนี้เป็นวันเกิดโบโบ้ และตรงกับวันลอยกระทง ที่ทับแก้วก็จัดงานลอยกระทงเหมือนทุกปี อากาศวันนั้นเย็นลงจากปกติมาก โชคดีที่ปีนี้ฝนไม่ตกไม่งั้นคงต้องเดินย่ำโคลนกันทั้งงาน วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าเปิด รอบๆสระแก้วประดับประดาไปด้วยไฟ เพราะว่าเด็กชายดันมาเร็วไปหน่อย ฉันก็เลยไม่ได้หนีไปแอบงีบอย่างที่ตั้งใจหลังจากไปออกบูทกับเอกที่ริมสระแก้ว ใน concept Pinky แบ๊วงานก็คึกคักโดค แทบไม่มีคนเลยล่ะ...กลับมาหอเปลี่ยนชุดแล้วพาป้าแตงไปหม่ำข้าวเช้าตอนเกือบห้าโมงเย็น กลับมาถึงหอก็มาเจอเด็กชายรออยู่ข้างล่าง ยังไม่ทันตั้งตัวเลยวุ้ย กล้ามาก มาตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันจะค่ำเลยนะแกนะ...แล้วก็พาเด็กชายไปเดินงานที่ไม่มีอะไรเลยประมาณสองรอบ ไปกลับ ไปกลับแถมยังต้องซื้อขนมจากร้านเพื่อนที่ตูไม่ได้หิวมาอีกมากมายมานั่งกิน ....ข้าวเหนียวไม่สุก ขนมก้อนเมฆ (ปุยฝ้าย) หวานๆ เลี่ยนๆ แปลกๆ .....
                   

 

             วันนั้นที่สนามจันทร์มีงาน 100 ปีสนามจันทร์เลยเดินไปดูซะหน่อย (ไม่รู้จะไปไหนแล้ว) ไม่ผิดหวังแฮะ สวยตั้งแต่ทางเข้างาน อันที่จริงถ้าเราแสดงบัตรนักศึกษาราคาจะเหลือแค่ 20 บาท แต่สงสัยวันนั้นเด็กชายจะต้องซวยเสียเงินมากกว่าชาวบ้านเค้าหน่อยเพราะ ข้าพเจ้าลืมเงินทอน 55 แต่ก็เอาน่าได้ออมสินมาตั้ง 2 อัน คิดซะว่าทำบุญนะลุง..55 //(^o^)//

            วันนั้นพระเทพฯมาเปิดงาน คนเยอะมากมาย เดินดูนู่นนี่มากมาย รู้แค่ว่าไฟสวยมาก แต่ไม่มีกล้องติดไปสักคน เลยได้แต่เก็บภาพผ่านตา เด็กชายมันบอกว่าป้าแก่แล้ว เดินบ่อยๆอาจจะเป็นลมได้ ก็ถูกของแกนะ ฉันพาแกนั่งบ่อยมากเลย ทำไงได้สนามจันทร์มันกว้างนี่หว่า ....(*u*)  แล้วข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็นโคม ใช่ โคมจริงๆด้วย แล้วก็เลยไปตามทางที่คิดว่าเค้าน่าจะปล่อยโคมกัน ฮ่า ๆ อยู่นี่เอง โคมที่ข้าพเจ้าอยากลองปล่อยดู ในที่สุดก็ได้ปล่อยแล้วเว้ย ปล่อยโคมกับเด็กชาย แต่ไฟดันแรงกว่าชาวบ้านเค้า มันก็ลอยลิ่วยังกะรถเมล์เขียว ซิ่งชะมัด ลอยได้กวนตีจริงๆ คิดในใจกว่ามันคงไม่เป็นโคมแรกที่ตกแผละลงน้ำให้อายคนเล่นหรอกนะ 55 แต่แล้วมันรอดมาได้ แสดงว่าเรายังเจ๋งอยู่ 55

            เดินวิ่งการกุศลแย่งไปก็เหนื่อย เหลือบไปเห็นที่ว่างของม้านั่งตัวนึง เห็นแล้วอยากนั่งมากเพราะเดินเหนื่อยแล้ว  เลยรีบบอกเด็กชายให้รีบวิ่งไปตัดหน้าแมว เอ้ย ลูกเสือเด็กที่มันเดินอยู่ข้างหน้า รีบวิ่งไปแย่งรออย่างหน้ามึน 555 เฮ่อ เราชนะ ได้ม้านั่งมาได้พอหย่อนก้นหน่อย มันมองหน้าอย่างเคียดแค้นที่เราวิ่งมาถึงก่อน 55 เสือป่ารึจะมาสู้แมวป่าจริงไหม 55 ตอนนั่งอยู่ก็มีได้ดูพลุด้วย สวยดี แต่ท่าทางจะงบน้อยไปหน่อยเลยได้ดูนิดเดียวเท่านั้นเอง สักพักก็ออกจากงานไปลอยกระทง

            กระทงที่เด็กชายเลือกมา ไม่ค่อยจะสมประกอบเลย แต่ก็ดีนะที่มันไม่คว่ำ มีป้าโอ๋ และป้าแตง ลอยเป็นเพื่อนด้วยอีกสองคน ไปลอยที่ศาลแปดเหลี่ยม  วันเพ็ญเดือนสิบสองแต่ไฉนน้ำไม่เต็มตลิ่ง อ่อรู้แล้วมากะเด็กชายบ้านตลิ่งชัน 55 เพราะความเว่อร์ของเราเองที่เสียบดอกไม้ไฟไว้ถึงสามอัน เลยทำให้มือของเด็กชายที่เป็นคนจุดไฟแชคพอง โฮ้ว ข้าพเจ้าลืมไปมือคือเครื่องมือทำมาหากินของเขา เลยบอกว่า แกก็ดูดนิ้วดิ แล้วเด็กชายมันก็ทำตามทั้งๆที่เราหลอก 555 อ้างทฤษฎีติงต๊องไปว่า ไม่เห็นเหรอขนาดหมามันยังเลียแผลเลย โฮะๆ เด็กชายโดนข้าพเจ้าต้ม โฮะๆ ....

DSC03432.jpg smanchandra 1 picture by acoustiq DSC03437.jpg sanam picture by acoustiq

                 และแล้วก็ได้เวลาอำลา เมื่อซิลเดอเรล่าเข้าหอพักตอนเที่ยงคืนครึ่ง บ๊ายบาย เด็กชายไปและหวังว่าเด็กชายจะสามารถกลับบ้านไปได้อย่างปลอดภัยเพราะเด็กชายมีหน้าตาเป็นอาวุธ เด็กชายธุดงธ์กลับบ้านและโทรมาบอกข้าพเจ้าตอนตีสามว่ายังไม่ถึงบ้าน อุตส่าห์โทรมาบอกข้าพเจ้าตอนสะลึมสะลือ เลยจำไม่ค่อยได้ว่าบอกไรไปบ้าง แฮ้ๆ (^^")'.....

                แล้ววันลอยกระทงปีนี้ของข้าพเจ้าก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี ขอบคุณมากนะเด็กชายที่พาป้าไปเดินวิ่งการกุศล เดินดูสวนสัตว์ เที่ยวตลาด เข้าวัง ...และกินข้าวที่หุงไม่สุกสักร้าน 5 5 ไว้ป้าเก็บเงินเต็มออมสินเมื่อไหร่แล้วจะพาเที่ยวใหม่แล้วกัน

                                                                                                                               

 @...จบบริบูรณ์....@

edit @ 7 Dec 2007 20:16:39 by ณ ที่ซึ่ง...ข้าพเจ้า...มีตัวตน

Life

posted on 06 Nov 2007 18:31 by acoustic

intro : B / G#m / C#m / F# / Ebm / G#m / C#m / F#

          B / G#m / C#m / F# / (2 times)



     B               G#m           C#m        F#

ตะวันลับฟ้าเมื่อตอนเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ใจหาย

Ebm                G#m           C#m         F#

ปลายท้องฟ้ากับแดดรำไร ฉันเหมือน..ใจจะขาด

B7                               E

ยังกังวล ห่วงใครบางคน ที่ไม่อาจพบและเจอ

Ebm   G#m/C#m/F#/G/A/G/A/G/A

คิดถึงเธอทุกที ที่อยุ่คนเดียว ฮืม.. เฮ..



       B           G#m             C#m                   F#

* ไม่เคยได้รู้ ว่าเธอเป็นไง ข่าวคราวเงียบหายเมื่อจากกัน

Ebm          G#m         C#m      F#

เธอมีใครมาแทนที่ฉัน และเขาดีหรือเปล่า

B7                        E

มีฉันไหมเวลาที่ฝัน หรือว่าลืมทุกเรื่องราว

   Ebm       G#m  C#m/F#       B

ยังคิดถึงฉันหรือเปล่า เมื่ออยู่คนเดียว



         E                Ebm/G#m/C#m/F#/B

** ตั้งแต่ครั้งนั้น ที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป

E             Ebm   G#m  C#m          F#             B

ยังอ้างว้าง ยังเสียใจ    เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา

E           Ebm  G#m/C#m/F#/Ebm

ยังคิดถึง วันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา ฮืม..

     Ebm/G#m/C#m/F#/Ebm/G#m/G

แต่วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับจิตใจ คิดถึงเธอรู้ไหม

     Ebm/G#m/C#m/F#

ยังคิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว



(ดนตรี) G / A / G / A / D / A

             ปีนี้ข้าพเจ้าได้สูญเสียสิ่งที่รักที่ไปถึงสามชีวิต ชีวิตน้อยๆที่อาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆของชีวิต จากบ้านที่เคยแวดล้อมไปด้วยหมาถึงสามตัว แต่มาถึงวันนี้กับไม่เหลืออยู่สักตัว.....มันพร้อมใจกันจากไป ทีละตัวทีละตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน....หมาตัวแรกเต้าหู้ มาตัวที่สองเป็นหมาที่เราเลี้ยงหมาตั้งแต่มันยังนอนอยู่ในตะกร้า จนอายุเกือบห้าปีเป็นหมาตัวที่ผูกพันที่สุด ฉลาดที่สุด และเข้าใจภาษาคนที่สุด .....ตัวเล็ก

             เมื่อปิดเทอมที่ผ่านมาอาบน้ำให้สองครั้งได้อุ้มแกจริงๆจังแค่สองครั้ง ฉันชอบบอกว่าพ่อกับแม่รักแกมากกว่าฉัน...เพราะเวลากลับมาจากไปธุระแม่จะซื้ออาหารหมามาให้แก แต่กลับลืมซื้อขนมมาฝากฉัน...แกเป็นหมาที่ถูกแกล้งบ่อยที่สุดเพราะฉันรู้สึกเหมือนกับแกเป็นน้องคนเล็ก เลยโดนฉันแอบหมั่นไส้อยู่บ่อยๆ แต่แกก็เป็นหมาที่ฉันรักที่สุด เป็นหมาที่เลี้ยงมานานที่สุดตั้งแต่เคยเลี้ยง..ตอนที่แกซึมไปฉันป้อนน้ำ ป้อนนมแก ลิ้นที่เคยเป็นสีชมพูซีดไป ฉันก็ไม่ได้เอะใจหรอกนะว่าแกจะตายตามเต้าหู้ไปอีกตัว  ก่อนกลับแกมาส่งฉันและฉันบอกแกว่าห้ามตายตามเต้าหู้ไปนะ....ฉันรู้สึกกลัว กลัวจะสูญเสียสิ่งที่รัก..

            แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ปีนี้พวกแกพร้อมกันจากฉันไปถึงสามตัว ใครกันบ้างนะที่เสียสิ่งที่รักไปถึงสามสิ่งในชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน...มันโหดร้ายเกินไป...

                                                         ................................

 

 

 

Papillon et la famme

posted on 24 Sep 2007 21:19 by acoustic

ผีเสื้อขยับปีกอำลา...ฝักแห่งความฝันที่เคยพร่ำเพ้อ

พอสักทีกับการนอนฝันหวาน ถึงเวลาที่ต้องตื่นเสียที...

โลกใบนี้สวยงามเกินกว่าที่เราจะนอนฝันถึง..สิ่งที่เป็นไปไม่ได้...

ฉันรู้แล้วว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่จะต้องเรียนรู้

มากกว่าการจมจ่อมกับความฝันลมๆ แล้ง

ขอบคุณทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาชีวิตที่ทำให้รู้ว่า

ความฉลาดย่อมมาทีหลังความโง่เขลาเสมอ...

โลกหมุนเคว้งคว้าง

พายุพาฉันหลุดลอย

รอบแล้วรอบเล่าที่ชีวิต...หมุนย่ำอยู่กับที่

ต่อจากวันนี้ไม่มีอีกแล้ว...

ความรักเป็นเรื่องที่ฝืนกันไม่ได้

ไม่ใช่ว่ารอคอย...แล้วก็จะได้มันมา!!!

ชีวิตก็เหมือนฤดูกาล....

หากผ่านพ้นสายฝนมาได้....รุ้งตะวันหลังฝนก็ยังมีให้เห็น

จะอีกก็วันชีวิตก็จะยังคงเป็นของเรา...

ขอบคุณที่วันนี้ชีวิตไม่ต้องเอาใจไปผูกไว้กับตีนใครแล้ว

วันวานคือประสบการณ์ที่มีค่า..

ทุกครั้งที่เรารักตัวเอง เราก็จะมองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น

ไม่ต้องตามหา..ไม่ต้องดิ้นรน

มีความสุขกับทุกวัน...

ขอให้ทุกเส้นทางที่ข้าพจะเดินผ่าน

เต็มไปด้วยความสุขของชีวิต

ที่จะได้เดินทางเที่ยวชมโลกใบนี้

เรื่องราวชีวิตกับเรื่องราวของความฝันมักจะต่างกันสุดขั้ว

แต่ถ้าเลือกได้ฉันก็ขอเลือกที่เจ็บปวดกับความจริง

มากกว่าความฝันที่เป็นสุขแต่ไม่เคยเป็นจริง

เส้นทางที่ผีเสื้อโบยบิน

อาจผ่านฝน...

ผ่านร้อน...

ผ่านหนาว...

แต่ผีเสื้อก็ยังเป็นผีเสื้อ

ขอให้ทุกครั้งที่กางปีกจงเรียนรู้จากอดีตและโบยบินไปอย่างเข้มแข็ง

หวังว่าทางคงหน้าคงรอฉันอยู่...

...........................

เพลงแด่คนช่างฝัน

โดย จ๊อบ บรรจบ พลอินทร์

เพลงประกอบภาพยนตร์ พลอย


edit @ 2007/09/28 20:51:52

Blue Moon

posted on 07 Sep 2007 23:12 by acoustic

ฉันเคยลองนึกว่า ถ้าฉันตายเดี๋ยวนี้

มีสิ่งใดบ้างที่ฉันยังอยากทำอยู่

มีสิ่งใดบ้างที่ฉันยังไม่ได้ทำเลย

ชีวิตที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจแล้วกระนั้นหรือ?

แต่แล้วฉันก็พบว่า

ฉันยังผัดวันประกันพรุ่งในหลายสิ่งที่ฉันอยากทำ

เวลาของฉัน จ่อมจมไปกับเรื่องอื่นๆ สิ่งอื่นๆ บุคคลอื่นๆ

ฉันใช้เวลาเพื่อชีวิตตนเองน้อยเสียเหลือเกิน

ดูดูไปแล้วช่างน่าเสียดาย

ที่ฉันได้ทำบางส่วนของชีวิตหล่นหายไป

ส่วนที่เป็น น้ำผึ้ง บุหงา ลดาวัลย์

(จากหนังสือ ค้นหา นวลศิริ เปาโรหิตย์)

คนของเธอ

posted on 31 Aug 2007 22:50 by acoustic


คนของเธอ : จิระศักดิ์ ปานพุ่ม : Awake

ไม่ต้องบอกฉัน ถึงวันที่เลยผ่าน ไม่ต้องบอกฉันว่าเคยมีใครคนไหนยังไง
ถ้าเผื่อฉันเผลอ บังเอิญฉันถามเธอไป เธอก็ไม่ต้องตอบฉันเลย

แต่ฉันคนนี้ ก็มีที่พลาดผิด ใช่ว่าชีวิตจะดีจะงามซักเท่าไร
ไม่อยากให้ถาม มันไม่น่ารู้เท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นของเรา

วันวานยังคืนย้อนมาไม่ได้ และวันพรุ่งนี้ยังไม่รู้
ฉันพร้อมจะอยู่ ฉันพร้อมจะตาย เพื่อรักคำเดียว



ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นไคร จะผ่านอะไรมา ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ
ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไป ฉันจะอยู่ดูแลเธอ (ด้วยคำว่ารักด้วยใจ/จะรักเพียงเธอ)

ไม่ต้องบอกฉัน ถึงวันที่เลยผ่าน ไม่ต้องบอกฉันว่าเคยมีใครคนไหนยังไง
แค่บอกว่ารัก แค่เธอรักฉันง่ายๆ ฉันต้องการแค่ใจของเธอ

วันวานยังคืนย้อนมาไม่ได้ และวันพรุ่งนี้ยังไม่รู้
ฉันพร้อมจะอยู่ ฉันพร้อมจะตาย เพื่อรักคำเดียว


ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นไคร จะผ่านอะไรมา ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ
ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไป ฉันจะอยู่ดูแลเธอ (ด้วยคำว่ารักด้วยใจ/จะรักเพียงเธอ



ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นไคร จะผ่านอะไรมา ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ
ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไป ฉันจะอยู่ดูแลเธอ (ด้วยคำว่ารักด้วยใจ/จะรักเพียงเธอ


ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นไคร จะผ่านอะไรมา ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ
ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไป ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ เป็นคนรักเธอตลอดไป


edit @ 2007/08/31 23:10:59

Little shopping Trip

posted on 24 Aug 2007 23:08 by acoustic
วังหลัง


แช่ยอง : " เฮ้ย..มึง..ไปกรุงเทพเป็นเพื่อนกูหน่อยสิ.. "

แคนดี้:" ทำไมวะ ? "

แช่ยอง:"เอากีตาร์ไปคืนเพื่อนที่ท่าพระว่ะ... "

แคนดี้ :"อืม..โอเค "


เหตุที่ต้องเดินทาง..บางทีมันก็เกิดขึ้นง่ายๆ เมื่อจบบทสนทนานี้ เมื่อวานนี้เดินทางไปกรุงเทพฯ มานานๆทีบ้านนอกจะเข้ากรุง หลังจากแบกกีตาร์เป็นเพื่อนหญิงมาถึงวังท่าพระ เราก็เหมือนคนแปลกหน้าในรั้วมหาวิทยาลัยของเราเอง นั่งรอเพื่อนหญิงที่สวนแก้วแล้วก็มองดูบรรยากาศรอบๆ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ...ก่อนไปก็แอบชวนไอ้หญิงแล้วว่า เฮ้ย เวลาเหลือเราไม่เคยจะปล่อยมันไป..ก่อนอื่น กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เตร็ดเตร่กันเดินมุ่งสู่ท่าพระจันทร์ ถนนเล็กๆที่แออัดไปด้วยพระเครื่อง ตอนแรกก็น่ากลัวนะ ขลังมากเลย คนก็หลายเชื้อชาติไม่รู้ใครเป็นใคร ร้านขายของแบบจีนๆเกลื่อน เสียงดังโหวกเหวกโวยวาย ได้อารมณ์ตลาดมืดมากเลย ถึงจะมาหลายครั้งแล้วก็เหอะ

ในที่สุดเราก็เจอตรอกไม่รู้จะเรียกว่าอะไรรู้แค่ว่ามันสวยมากเข้าไปจะมีหลังคาสีเขียวๆ มีหมอดูนั่งเป็นโต๊ะๆ เต็มไปหมด แล้วก็รู้สึกว่าบ้านเรือนจะดูร่วมสมัยไปหมด มีธงชาติประดับประดา เดินไปหน่อยก็ทะลุถึงริมแม่น้ำแบบไม่รู้ตัว แล้วเราก็แวะเติมลมด้วย โกโก้ปั่นกับส้มตำไข่เค็มให้หายเหนื่อยสักพักแล้วก็นั่งเรือไปวังหลัง

ตอนนั่งเรือไปวังหลังก็เยงกันกะหญิงว่าทำไมไม่เห็นที่ขายตั๋วว่ะ แล้วก็เลยดูๆว่าคนอื่นเค้าไปกันยังไง เลยระลึกความหลังอกว่าต้องข้ามฝากไปก่อนแล้วค่อยจ่ายตังส์ อ่อ นึกออกแล้ว....แล้วก็นั่งเรือสีขาวลำใหญ่ข้ามเจ้าพระยาไป ตอนแรกก็นึกในใจว่า ตูจะเมาเรือรึเปล่าหนอ มันโคลงเคลงมากเลยแต่แล้วมองๆดูวิวรอบๆไปก็หายเมา ถ้าเรือจอดอ่านะเมา แต่ถ้าเรือเคลื่อนที่ไม่เมาหรอก...ในที่สุดก็ถึงวังหลังจนได้

เบลอๆกันสักพักก็เดินตะลุยดูของ ผุ้หญิงเวลามาเดินชอปด้วยกัน มันส์ที่สุดแล้วพูดอะไรไปก็ดูจะถูกคอกันไปทุกอย่าง ถึงไหนถึงกัน เข้าร้านนี้ ออกร้านโน้น ดูโน่นนี่ จนพอใจ ขนมไทยพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองที่ชอบ ละลานตาไปหมด แต่ไม่ได้เป้าหมายเราอยู่ที่เสื้อผ้า ของมือสองที่นี่แพงกว่าของมือหนึ่งซะอีก เข้าไปร้านขายกระเป๋ากะหญิง เราหยิบมา ใบละ 700 ไอ้หญิงหยิบมา 1200 โอ้ววว กูไม่ซื้อที่พารากอน ดีกว่าไหม? แอบหัวเราะกันแล้วก็มาที่กองละ 10 บาทนี่สิถึงจะเหมาะกับเรา เลือกไปเลือกมามันก็เพลินอ่านะ 10บาทนี่มันก็เยินได้ใจ ไม่ไหว ขอราคาธรรมดากับคุณภาพที่พอกันแล้วกัน

ที่นี่มีทั้งร้านจัดเก๋ๆ ตลอดจนร้านธรรมดาๆเหมือนร้านขายของส่งทั่วไป หญิงได้เสื้อคลุมสีแดงที่เราเชียร์สุดชีวิต แล้วก็สร้อย สร้อยที่ว่านี้มันน่าเจ็บใจมาก ซื้อที่นครปฐม 129 ต่อได้ 125 ภูมิใจมาก พอมาเจอที่วังหลังแล้วฉันอยากจะกรี๊ดดดด โอ้..แม่เจ้า 49 บาท น่าเกลียดนี่มันราคาผิดรึเปล่า ไหนลองดูความเหมือนดิ๊ พระเจ้า ไม่ต่างกันเลย ก็เลยซื้อฝากพี่สาวไปหนึ่งเส้น น่ารักมากๆ สวยกว่า 129 ของเราอีก T-T เดินไปเดินมาเกือบสองชั่วโมง เห็นเด็กเลิกเรียนมาเยอะ แล้วนึกถึงตัวเองสมัยเป้นเด็กมอปลาย วันวานที่ไม่ย้อนกลับ ฮือๆ

พวกเราซื้อเสื้อผ้าแบบกล้าๆกลัวๆ เพราะต้องไปสองที่คือ ตลาดนัดตรงเมอเจอร์ปิ่นเกล้าด้วย เลยต้องเผื่อการละลายทรัพย์หน่อย ขาจะขึ้นเรือกลับก็เหลือบไปเห้นช็อตแพ้นท์ ไอเท็มที่เราต้องการ แต่มันดันไม่ถูกใจแล้วอยู่ๆตาก็ไปปิ๊งตรง เสื้อเชิ้ตตัวนึงเข้าถูกใจมากๆพอขอเค้าลองใส่ก็ยิ่งชอบ อารมณ์กูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เข้าสิงเลยถามราคา 230 เสื้อมือสอง นะเนี่ย แพงจัง ยังไม่ทันได้ต่อลุง (ทีจริงตอนซื้อเรียกเค้าว่าพี่55)แกลดให้เลย 200 แหมช้านรู้น่า..บวกลบกำไรมาเรียบร้อยแล้วล่ะสิ ..แต่ก็เอานะ แล้วจะเอาเสื้อมาโพสให้ดู อิอิ

นั่งเรือกลับท่าพระจันทร์ ชวนหญิงวิ่งมานั่งหลังเรือ ชอบมากเพราะอีโอ๋พามาค้นพบว่ามันบรรยากาศดีมากๆ วันที่แดดไม่จัดเราะได้รับลมจากแม่น้ำเต็มๆ ลมจะพัดหัวเราเบาหวิว ไม่ต้องมีหลังคามาบดบังทัศนียภาพ อารมณ์ river side สุดยอด ครั้งแรกได้ชมพระจันทร์ วันนี้ได้นั่งมองฟ้า ว้า ชักรักกรุงเทพขึ้นมาแล้วล่ะสิ อิอิ

ท่าพระจันทร์



แล้วก็มาถึงท่าพระจันทร์ ร้านค้าเริ่มมาตั้งนิดหน่อยมีของขายวางแบกะดิน ร้านยังไม่มากแต่ก็ได้ตังส์อีหญิงไป 100 นึงเพราะรายนี้เค้าชอบเสื้อโปโลเป้นชีวิตจิตใจ เดินทางจะขึ้นรถกลับ ผ่านท่าพระอีกรอบ ลัดเลาะดูมอตัวเองที่รู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้ามากกว่า ผ่านโบราณ ผ่านถาปัด ผ่านเดค เงียบ พอผ่านจิตกำ โอ้ววว แม่เจ้า โดนแซวตัวลีบเลยตู กลายเป็นเรื่องขำขันไปตลอดทาง ขึ้นรถเมลืกะหญิงต่อไปนั่งรถเมล์ตอนเย็นขึ้นสะพานปิ่นเกล้าวิวที่แม่น้ำมองเห้นแดดรำไรสวยมากๆ โชคดีนะที่ได้ยืน แต่ที่โชคร้ายคือกว่าจะถึงปิ่นเกล้า ขาตูจะเป็นตะคริวอยู่แล้ว พอถึงก็อย่าหวังว่าจะกลับเดินชอปกันต่อเข้าซอยโน้นอกซอยนี้ เฮ๋ออออ ความสุขของผู้หญิง...อย่างเรา..

แล้วก็นั่งรถกลับนครปฐมด้วยเส้นทางใหม่ๆ เพิ่งเคยเห็นหน้าประตูมหิดลเป็นครั้งแรกกว้างจริงๆ อลังการกว่าที่มอเยอะเลย แล้วสักพักไอ้หญิงก็หลับเป็นตายทิ้งให้เราชมเส้นทางใหม่คนเดียว แล้วถ้ารถตู้มันพามึงไปขายจะรู้ไหมเนี่ย...55...และแล้วก็มาถึงทับแก้วที่อบอุ่นของเราซะที

"ลูกรู้ไหม..ว่าทำไมลูกต้องออกเดินทาง ที่จริงจุดหมายน่ะไม่ใช่เส้นขอบฟ้าหรอก ทุกการเดินทางล้วนเป้นการเดินทางมุ่งหน้ากลับบ้าน เพราะอีกฟากของขอบฟ้าจะอยู่ด้านหลังเราเสมอ ก็โลกมันกลมนี่นะ..ถ้ามันเป็นอย่างนั้นที่จริงลูกไม่ต้องออกไปไหน แต่ลูกต้องออกไปเพราะลูกต้องพิสูจน์มันด้วยวิธีของแม่......

ลูกเอ๋ย..แม่พิสูจน์ด้วยคืนวันจากสุดขอบเมืองด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่ง พิสูจน์ด้วยการทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวได้มีกิน แม่เกือยบจะเชื่อว่าโลกแบนแล้วจนกระทั่ง..แม่พบพ่อ ในเรื่องเดียวกัน คนเรามีวิธ๊พิสูจน์ที่ต่างกัน แม่ดีใจที่ลูกมีโอกาสทำ โอกาสที่แม่ไม่เคยมี...แม่ดีใจที่ลูกออกเดินทางเพราะในที่สุดการไปไกลจากบ้านจะสอนให้ลูกรู้จักความหมายชองคำว่าบ้าน การเดินทางทำให้ลูกต้องหาทางกลับ และแม่ดีใจที่ลูกหาเจอ เส้นขอบฟ้ามันแค่ครึ่งทางเท่านั้น เส้นขอบฟ้าอยู่ที่บ้านนี่แหละ แต่ลูกจะไม่มีวันไปถึงเส้นขอบฟ้าเลยถ้าลูกเอาแต่อยู่ที่นี่และไม่ได้ออกไป..."

(จากหนังสือนักเปลี่ยนแปลงโลกกับกาแฟ ของ เจ้าชายน้อย ตอนเส้นขอบฟ้า)

ที่ยกตัวอย่างในเครื่องหมายคำพูด เป็นข้อความที่พูดแทนความในใจฉันได้ทุกคำ เกี่ยวกับการเดินทางที่ช่วยบำบัดทุกความทุกข์ในชีวิต ฉันรู้แล้วว่าการเดินทางมันมีความหมายกับชีวิต ถ้าถามว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร ฉันคงตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง ฉันอยากเดินทาง



edit @ 2007/08/25 22:36:00
edit @ 2007/08/25 23:15:54

Goodbye my first love

posted on 16 Aug 2007 20:05 by acoustic


edit @ 2007/08/21 14:51:51

วันพ่อแห่งชีวิต

posted on 28 Jul 2007 22:04 by acoustic


ถึง พ่อที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของลูก

29 กรกฏาคม เป็นวันเกิดของพ่อ ถ้าพ่อไม่ลืมตาออกมาดูโลกใบนี้ในวันนั้นคงไม่มีลูกสาวคนนี้...ลูกสาวกับพ่อเป็นเรื่องที่ขัดตาพอสมควร ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวน้อยที่เดินไปด้วยกัน...ตอนเห็นรูปที่ถ่ายกับพ่อตอนเด็กๆรู้สึกตลกดี พ่อดูอุ้มเราแปลกเหมือนเราจะตกจากแขนเลย ... ตอนหลังถึงได้รู้ว่า เราตัวเล็กกะจิ๊ดเดียว ด้วยความที่เป็นผู้ชายก็เลยกลัวว่าอุ้มแรงแล้วลูกจะเจ็บ (โอ้ว...เป็นปลื้มเลยทีเดียว อิอิ)

ตั้งแต่จำความได้พ่อไม่เคยตีสักที เพราะแค่ว้าก!!! น้ำตาก็นองหน้าแล้วววว นี่คงเป็นข้อดีของคนที่มีพ่อตัวโต แค่บุคคลิกก็น่ากลัวแล้ว ทำให้รู้สึกเสียใจและยอมไม่ได้เลยถ้าจะมีผู้ชายหน้าไหนมารังแก กล้าพูดได้เต็มปากกว่า "ขนาดพ่อกู..ยังไม่เคยตีสักแป๊ะเดียวเลยนะเว้ย..มึงเป็นใครฟะ.. 55"

พ่อของฉันเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ยอมเสียสละส่วนตัว (เท่าที่ทำได้) เพื่อครอบครัวเยี่ยงผู้ชายคนอื่น ที่บ้านเป็นบ้านได้ทุกวันนี้ก็คงเป็นเพราะพ่อแม่ แล้วก็มีภาระแขวนคอหนักอึ้งซึ่งก็คือลูก (เวร) อย่างฉัน ....การมีครอบครัวแบบนี้ก็ได้อะไรกับไปคิดหลายอย่างนะ สิ่งที่แต่ละบ้านแต่ละครอบครัวของแต่ละคนมีและพบเจอ มันช่วยหล่อหลอมจิตสำนึกและความคิดบางอย่างต่อสิ่งที่ได้รับติดตัวมาด้วย ทั้งวิธีคิดและมุมมองบางคนก็ได้ผลที่เหมือนกันอย่างกะแกะ บางคนก็ตรงข้ามอย่างสุดขั้ว...แล้วฉันล่ะฉันได้เรียนรู้อะไรจากครอบครัวของฉัน....

บางทีฉันไม่อยากมีครอบครัวของตัวเอง เพราะฉันรู้ว่าบางทีความรักอย่างเดียวก็ไม่พอสำหรับคำว่าครอบครัว แต่บางทีความรักก็เป็นเสมือนทุกสิ่งของคำว่าครอบครัว ฉันกลัวความไม่พร้อม ฉันไม่อยากให้ผลที่เกิดต่อมาต้องมาทุกข์ทรมานต่อโลกงี่เง่าใบนี้ และบางทีความสุขที่ไม่จีรังมันอาจเพียงพอแล้วที่จะหยุดที่ฉัน การใช้ชีวิตที่เป็นครอบครัว มันไม่ใช่นิยายที่เป็นเพียงภาพฝัน มันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น บางเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ทำให้ฉันทึ่งมาเราผ่านมันมาได้ยังไง ..... และเหตุการณ์ที่ต้องมองไปข้างหน้า...เราจะร่วมกันต่อสู้กับภาระหนักอึ้งที่เราสร้างสมกันมาร่วมกันยังไง....แม้ว่าจะขยาดกับปัญหาลูกโซ่เหล่านี้ แต่ถ้ามองในอีกมุม ความรัก ความอบอุ่นที่ได้รับ มันก็เป็นความอบอุ่นที่ทำให้รู้ว่า บ้านมันมีความหมายแค่ไหนในชีวิตของเรา เราดีแค่ไหนที่มีครอบครัว....แต่บางทีคำนี้มันก็แค่เป็นแค่มายาภาพที่เราสร้างขึ้น

ฉันไม่รู้ว่าตอนที่พ่อและแม่จะเริ่มสร้างครอบครัวของตัวเองเขาคิดอะไรอยู่...แต่ฉันรู้ว่าฉันและพี่สาวคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องรับผิดชอบมาจนถึงทุกวันนี้ ...และขอบคุณความรับผิดชอบของเขาที่ยอมเสียสละให้พวกเรา แม้บางทีมันจะไม่ได้ดีพร้อมไปทุกอย่าง อย่างที่เรากระหายอยากจะมี บางทีมันก็เกินคาดหวัง บางทีมันก็ทำให้แทบผิดหวัง แต่มันก็ดีที่สุดแล้วเท่าที่คุณทำให้ ...

เคยคุยกับพ่ออย่างจริงๆจังๆ ช่วงปิดเทอมที่แล้วทำให้จับจุดได้ว่า พ่ออึดอัดแค่ไหนที่เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน บางทีพ่อก็ไม่รู้ว่าจะหันไปคุยกับใครในบ้านที่มีแต่ผู้หญิงๆ บางทีพ่อก็ต้องการที่จะคุยแบบผู้ชายๆ บ้าง ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะช่วยพ่อยังไงนอกจากรับฟัง..(ก็ไม่ค่อยเข้าใจผู้ชายเว้ย..ที่บ้านมีคนเดียวง่า)

อีกไม่กี่ปีหรอกนะจ๊ะพ่อแม่จ๋า หนูจะไปช่วยพ่อกับแม่ปลดหนี้แล้วกัน สู้ชีวิตของเรากันต่อไปแบบที่เราเป็น (ไม่ชิ่งไปแต่งงานก่อนแน่นอน...เพราะขายไม่ออกเอิ๊กกกก) ด้วยเหตุนี้เลยอยากขอร่วมปลดนี้ก่อน แม้ว่าบ้านนี้จะไม่เคยหวงลูกสาวเลย แต่ก็รับรู้ได้ว่าที่จริงก็แอบห่วงอยู่เหมือนกันแหละน่า.....เคยบ่นให้พ่อฟังปีที่แล้วว่า (ทำเสียเศร้า) "พ่อปีนี้ไม่ได้ดอกกุหลาบสักดอกเลยอ่า (อันที่จริงก็ไม่เคยได้อยู่แล้ว 55)...นู๋ต้องขายไม่ออกแน่ๆเลย " ที่จริงก็แอบแกล้งพ่อเล่นเฉยอ่านะ แต่ตอนพ่อตอบกลับมานี่แอบเครียดเว้ย "ไม่เป็นไรหรอกลูก... (เสียงซีเรียส)... เดี๋ยวพ่อซื้อให้" TT~TT 55 สุดยอดป๊ะป๊าเลย คิดแล้วก็นะ.....ชักจะเครียดเองแล้วสิเรา 55

ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ กับปีที่ 47 นะ เลิกได้แล้วเหมือนกันบุหรี่เนี่ย เดี๋ยวลูกจะสูบแข่งนะ ถ้าไม่เลิก....แล้วก็รักแม่มากๆด้วย อย่าพาคนอื่นเข้ามา ถึงจะไม่เคยทำแต่ก็ไม่ควร ขอบคุณที่ตามใจลูกสาวมาตลอด จุ๊บๆ หอมแก้มพ่อแล้วแปลกอายุ ยี่สิบแต่จุ๊บและกอดพ่อได้แบบไม่อายใคร บางทีคนก็นึกว่าเป็นเด็กป๋าเวลาเราไปงานด้วยกันตลกดี 55 คิดถึงพ่อกับแม่นะ สุขสันต์วันเกิดป๊ะป๋า จุ๊บๆ

ลูกสาวของพ่อ




edit @ 2007/07/29 22:13:16
edit @ 2007/07/29 22:21:21

After rain

posted on 24 Jul 2007 15:57 by acoustic

หลังจากฝนในชีวิตได้ผ่านไปชีวิตก็มักจะมีสิ่งใหม่พัดพาเข้ามาแม้จะเป็นแค่ลมแผ่วเบา..แต่มันก็ยังดีกว่าการย่ำอยู่กับความรู้สึกเดิมๆ...เมื่อวานไป Boom ให้พี่บัณฑิตมา สนุกมากได้ร้อง ได้ตะโกน ได้ระบายไปกับกิจกรรม ความสนุกและเสียงหัวเราะ ทำให้สิ่งที่อึดอั้นตันใจไปหมด ได้บ้าๆบอไปตามอารมณ์ แต่ผลที่ตามมาคือ ความร้าวระบมของร่างกาย...ปวดขามากๆ พูดจาแรงๆก็ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาร่างกายมันร้าวไปหมด เฮ่อ...นี่แหละความไม่เจียมของป้าปีสาม เอิ๊ก!!!....และแล้วเราก็กลับมานอนตายกันเลยทีเดียว...เสียงหาย ขาปวด พูดเสียงดังไม่ได้ งานไม่เสร็จ...โอ้ววว พระเจ้า มันร้า้ยกาจจริงๆ แต่ผลดีมันก็ดีมากๆเช่นกัน เจ็บวันนี้พรุ่งนี้จะได้เรียนรู้ว่าที่เจ็บเมื่อวานมันเป็นยังไง...!!!

ปรัชญาชีวิต

"ชีวิตนี้แคร์ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น...คือพ่อกู

เพราะว่า..แม่งจะตายห่ามายังไง...ก็รู้ว่าคนนี้แม่งพร้อมจะอยู่กับกูจริงๆ"

Girl Friend!!


Hey! Hey! You! You!
I don't like your girlfriend!
No way No way!
I think you need a new one
Hey! Hey! You! You!
I could be your girlfriend

Hey! Hey! You! You!
I know that you like me
No way! No way!
No it's not a secret
Hey! Hey! You! You!
I want to be your girlfriend

You're so fine
I want you mine
You're so delicious
I think about you all the time
You're so addictive
Don't you know what I could do to make you feel alright?
Don't pretend I think you know I'm damn precious
And hell yeah
I'm the mother f**king princess
I can tell you like me too and you know I'm right

She's like so whatever
You could do so much better
I think we should get together now
And that's what everyone's talking about!

Hey! Hey! You! You!
I don't like your girlfriend!
No way! No way!
I think you need a new one
Hey! Hey! You! You!
I could be your girlfriend

Hey! Hey! You! You!
I know that you like me
No way! No way!
No it's not a secret
Hey! Hey! You! You!
I want to be your girlfriend

I can see the way, I see the way you look at me
And even when you look away I know you think of me
I know you talk about me all the time
again and again(and again and again and again)
So come over here, tell me what I want to hear
Better yet make your girlfriend disappear
I don't want to hear you say her name ever again
(And again and again and again!)

Cause, She's like so whatever
And you could do so much better
I think we should get together now
And that's what everyone's talking about!

Hey! Hey! You! You!

.........................................................

ปล.เพลง She แรงจริงๆ จบข่าว


edit @ 2007/07/24 16:35:47